Asian Development Bank (ADB)
Asian Development Bank
ADB
ธนาคารพัฒนาเอเชียเป็นสถาบันการเงินเพื่อการพัฒนาระดับพหุภาคีเช่นเดียวกับธนาคารโลก โดยก่อตั้งขึ้นภายใต้การดำเนินการของกลุ่มประเทศสมาชิก ECONOMIC AND SOCIAL COMMISSION FOR ASIA AND PACIFIC (ESCAP) 31 ประเทศ เมื่อปี 2509 และเริ่มดำเนินการเมื่อวันที่ 19 ธันวาคม 2509 โดยประเทศไทยเป็น 1 ใน 31 ประเทศ ผู้ร่วมก่อตั้ง ปัจจุบัน มีประเทศสมาชิก 65 ประเทศ (จากภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก และ นอกภูมิภาค) ซึ่งประเทศสมาชิกดังกล่าว ต้องเป็นสมาชิกขององค์การสหประชาชาติหรือทบวงการชำนัญพิเศษในกรอบสหประชาชาติ ธนาคารพัฒนาเอเชียมีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ที่ กรุงมะนิลา ประเทศฟิลิปปินส์
วัตถุประสงค์หลักของธนาคารพัฒนาเอเชีย
มุ่งให้ความช่วยเหลือในการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของประเทศสมาชิก บรรเทาปัญหาความยากจน พัฒนาภาคสังคมและส่งเสริม
ธรรมมาภิบาล สำหรับกรอบการดำเนินการในระยะยาว
(ปี 2544-2559) ธนาคารพัฒนาเอเชียได้วางนโยบายหลักเกี่ยวกับ
การพัฒนาภาคเอกชน ความร่วมมือในระดับภูมิภาค และอนุรักษ์
สิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืนโดยธนาคารพัฒนาเอเชียจะให้ความช่วยเหลือในรูปแบบเงินกู้ ค้ำประกันเงินกู้ และความช่วยเหลือวิชาการ
เงินทุนของธนาคารพัฒนาเอเชีย
ได้มาจาก
1) เงินทุนสามัญ ประกอบด้วย
- เงินค่าหุ้นจากประเทศสมาชิก
- เงินที่ธนาคารพัฒนาเอเชียกู้ยืมหรือระดมทุนจากตลาดเงินทุน
ระหว่างประเทศ
- เงินรายได้สุทธิจากการดำเนินงานของธนาคาร
2) เงินกองทุนพิเศษ ประกอบด้วย
- กองทุนพัฒนาเอเชียซึ่งให้เงินกู้ลักษณะผ่อนปรนสูงแก่ประเทศ
กำลังพัฒนาที่ยากจน
- กองทุนพิเศษเพื่อช่วยเหลือด้านวิชาการและกองทุนพิเศษของ
ประเทศญี่ปุ่น เพื่อสนับสนุนการให้ความช่วยเหลือทางวิชาการ
เงินทุนของธนาคารพัฒนาเอเชีย
ปี 2545 ธนาคารพัฒนาเอเชียมีทุนจดทะเบียนทั้งสิ้น 3,465,669 หุ้น
เป็นเงิน 47,596.80 ล้านเหรียญสหรัฐ
เป็นทุนที่ชำระแล้วจำนวน 3,347.66 ล้านเหรียญสหรัฐ
โดยประเทศไทยถือหุ้นในธนาคารพัฒนาเอเชียถือหุ้นในธนาคารจำนวน 48174 หุ้น หรือคิดเป็นร้อยละ 1.382 % ของจำนวนหุ้นทั้งหมดและประเทศไทยเป็นผู้ถือหุ้นสูงเป็นอันดับที่ 17 ของประเทศสมาชิกทั้งหมด หรืออันดับที่ 11 ของประเทศผู้ถือหุ้นในภูมิภาค
มีมูลค่าทุนทั้งหมด 652.56 ล้านเหรียญสหรัฐ
มูลค่าหุ้นที่ชำระแล้ว45.70 ล้านเหรียญสหรัฐ
ทั้งนี้ ประเทศญี่ปุ่นและสหรัฐฯ เป็นผู้ถือหุ้นสูงสุดในสัดส่วนเท่ากันคือร้อยละ 13.092 ของหุ้นทั้งหมด
สำนักงานผู้แทนของธนาคารพัฒนาเอเชีย
ปัจจุบันธนาคารพัฒนาเอเชียได้จัดตั้งสำนักงานผู้แทนกระจายไปตามภูมิภาคต่างๆ ทั่วโลก 16 แห่ง ได้แก่
อัฟกานิสถาน บังคลาเทศ กัมพูชา จีน อินเดีย อินโดนีเซีย
คาซัคสถาน คีร์กิช ลาว มองโกเลีย เนปาล ปากีสถาน ศรีลังกา
ทากิชสถาน และเวียดนาม
เมื่อวันที่ 18 เมษายน 2543 คณะกรรมการบริหารธนาคารพัฒนาเอเชียได้อนุมัติในหลักการให้จัดตั้งสำนักงานผู้แทนของธนาคารพัฒนาเอเชียในประเทศไทย
ความสัมพันธ์ระหว่างธนาคารพัฒนาเอเชียกับประเทศไทย
1. ประเทศไทยได้เข้าเป็นภาคีสมาชิกในความตกลงว่าด้วยการสถาปนาธนาคารพัฒนาเอเชีย เมื่อปี 2509 และมีการออกพระราชบัญญัติให้อำนาจปฏิบัติการเกี่ยวกับธนาคารพัฒนาเอเชีย พ.ศ.2509 เพื่อให้อำนาจรัฐบาลปฏิบัติการเกี่ยวกับธนาคารพัฒนาเอเชียตามข้อผูกผัน ซึ่งประเทศภาคีสมาชิกจะต้องปฏิบัติตามข้อตกลงดังกล่าว เพื่อให้รัฐบาลมีอำนาจถือประโยชน์จากการเป็นภาคีสมาชิกด้วย
2. ธนาคารพัฒนาเอเชียได้เริ่มให้ความช่วยเหลือกับประเทศไทยตั้งแต่ปี 2511 ในรูปต่างๆ ได้แก่ เงินกู้สำหรับโครงการโครงสร้างพื้นฐานทางเศรษฐกิจต่างๆ เช่น
สาธารณูปโภค พลังงาน คมนาคม การเกษตร เป็นต้น ความช่วยเหลือทางวิชาการแบบให้เปล่า และเงินกู้ที่ให้กับภาคเอกชน
ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2548 ธนาคารพัฒนาเอเชียได้ให้เงินกู้และความช่วยเหลือกับประเทศไทยเป็นเงิน 5.4 พันล้านเหรียญสหรัฐ และมีโครงการเงินกู้จากADB ประมาณ 80 โครงการ
ความช่วยเหลืออื่นๆ ที่ธนาคารพัฒนาเอเชียให้แก่ประเทศไทย
1. ตั้งแต่วันที่ 10 ธันวาคม 2542 ประเทศไทยไม่ได้กู้ยืมเงินจากธนาคารพัฒนาเอเชีย อย่างไรก็ตาม ธนาคารพัฒนาเอเชียได้ให้การสนับสนุนการพัฒนาประเทศไทยและความร่วมมือในระดับภูมิภาค (ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2543 ถึง 28 กุมภาพันธ์ 2546) ธนาคารพัฒนาเอเชียให้ความช่วยเหลือทางวิชาการกับประเทศไทยทั้งสิ้น 16โครงการ รวมเงินทั้งสิ้น 6.2 ล้านเหรียญสหรัฐ
2. การสนับสนุนโครงการความร่วมมือในอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง โดยรัฐบาลไทยได้รับความช่วยเหลือทางวิชาการจาก ADB ในการทำการศึกษาความเป็นไปได้ในระยะเริ่มต้น และการดำเนินการส่วนใหญ่ตามโครงการดังกล่าวจะเป็นความร่วมมือของประเทศในอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขงในการสร้างระบบคมนาคมเชื่อมโยงประเทศในอนุภูมิภาค มีโครงการที่ดำเนินการแล้วทั้งสิ้น 78 โครงการวงเงิน 887 ล้านเหรียญสหรัฐ และเงินช่วยเหลือทางวิชาการ 63 โครงการ วงเงิน 42.4 ล้านเหรียญสหรัฐ
3. การให้ความช่วยเหลือผ่านกรมวิเทศสหการ เพื่อเสริมสมรรถนะของหน่วยงานต่างๆ ได้แก่ สถาบันนานาชาติเพื่อการค้าและการพัฒนาสถาบันเทคโนโลยีแห่งเอเชียและสถาบันลุ่มแม่น้ำโขงที่จังหวัดขอนแก่น
บทบาทของกระทรวงการคลัง
ในส่วนของกระทรวงการคลังหน่วยงานหลักที่ต้องรับผิดชอบ
และประสานงานกับ ADB
และประสานงานกับ ADB
ได้แก่
1. สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง มีหน้าที่ในการเพิ่มทุน การออกเสียงลงคะแนน การรวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูลเศรษฐกิจที่สำคัญโดยประสานงานกับหน่วยงานภายในประเทศไทยได้แก่ ธนาคารแห่งประเทศไทย สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจ และสังคมแห่งชาติ สำนักงบประมาณ และสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ
2.สำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ มีหน้าที่พิจารณาโครงการเงินกู้ การให้ความช่วยเหลือทางวิชาการ และความร่วมมือต่างๆ ที่เป็นงานในภาคปฏิบัติที่สำคัญ เป็นต้น
ที่มา
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น